“ชูวิทย์”จัดหนัก วิฤกตน้ำท่วมหาดใหญ่ กับภาวะผู้นำของอนุทิน ดูเอาเองแล้วกัน
ชูวิทย์ จัดหนักวิฤกตน้ำท่วมหาดใหญ่ กับภาวะผู้นำของอนุทิน เหมาะสมจะเป็นนายกฯ ต่ออีกสมัยหรือไม่? ตอนที่บอกว่า “โควิดกระจอก” ก็ปากไวจนพาพังมาแล้ว
ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาเคลื่อนไหวโพสต์ซัดแรงถึงเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ กับ ภาวะการเป็นผู้นำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ด้วยข้อความว่า วิฤกตน้ำท่วมหาดใหญ่ กับภาวะผู้นำของอนุทิน ทุกครั้งที่มีวิฤกตเกิดขึ้น จะเป็นบทพิสูจน์ถึงภาวะผู้นำประเทศเสมอ ในภาวะปกติ ผู้นำจะทำพูด แสดงท่าทีสวยหรูอย่างไรย่อมทำได้จึงขอให้ดูภาวะผู้นำของนายกฯ อนุทิน กับการบริหารจัดการน้ำท่วมที่หาดใหญ่ครั้งนี้ นายกอนุทินฯ ลงพื้นที่หาดใหญ่ครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แล้วรีบกลับมากรุงเทพฯ วันอาทิตย์ เพื่อเปิดตัว ส.ส. ที่ดูดมาเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทย

จากนั้นลงไปอีกครั้งในวันเดียวกัน ด้วยลีลานักการเมือง ขึ้นรถ ตรวจงาน แจกของ ส่งอาหาร ผัดกับข้าวโชว์ พร้อมประกาศว่า “น้ำท่วมหาดใหญ่วันอังคารจะลดลง สามารถควบคุมได้ จบแล้ว“แต่หารู้ไม่ การเป็นผู้นำต้องมีข้อมูลรอบด้าน ประมวลไม่ครบ ประเมินไม่ถูก ครั้งนี้หาดใหญ่มีน้ำมา 2 ระลอก

โดยรอบแรกจากคอหงษ์ ประกอบกับฝนตกมาตลอดตั้งแต่วันพุธที่ 19 ต่อเนื่องถึงวันเสาร์ที่ 22และรอบสองน้ำมาจากสะเดา เมื่อผู้นำพูดไปในวันอาทิตย์โดยไม่มีข้อมูล ไม่เอาใจใส่ ไม่ศึกษาในคืนวันอาทิตย์เที่ยงคืนนั่นเอง มวลน้ำขนาดมหึมาไหลบ่าเข้าหาดใหญ่ สวนทางกับที่นายกฯ อนุทินบอก วันจันทร์น้ำท่วมมิดโดยไม่มีการประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้า เพราะลั่นไว้ว่า “ไม่มีปัญหา” ชาวบ้านจึงไม่มีใครระวังตัว ติดอยู่ในพื้นที่เกือบแสนคน ร้องระงมขอความช่วยเหลือ เหตุการณ์หนักต่อเนื่องไปถึงคืนวันจันทร์ที่ 24

รัฐบาลประกาศอพยพในวันที่น้ำท่วมเต็มพื้นที่แล้ว จะอพยพด้วยอะไร? ในเมื่อทุกคนติดอยู่ในบ้าน ไม่มีข้าว ไม่มีน้ำ ขาดการติดต่อสื่อสาร การประกาศอพยพต้องมาก่อนล่วงหน้า ไม่ใช่ปล่อยให้ท่วมหนักแล้วค่อยมาบอก นายกฯ อนุทินมอบหมายให้ “ธรรมนัส“ เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.)มีการประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ แต่ไม่มีธรรมนัส ตอบ
นายกฯ ยังคิดว่า “ธรรมนัสอยู่หาดใหญ่“ ทั้งๆ ที่ตัวธรรมนัสไปอยู่ที่เชียงใหม่ เป็นคนสั่งแต่งตั้งเองแท้ๆ แต่ยังไม่รู้ว่าธรรมนัสอยู่ไหน?เมื่อธรรมนัสอยู่เหนือ แต่ไปแต่งตั้งให้อำนวยการน้ำท่วมที่ภาคใต้ อย่างนี้จะไปบริหารจัดการอะไรได้?นี่เป็น “วิฤกตมหาอุทกภัยหาดใหญ่“ แต่ต่อมเอ๊ะไม่มี กระตุกไม่รู้เรื่อง ยังคิดว่าเป็นน้ำท่วมปกติ

ทั้งที่ล้อมรอบด้วยผู้เชี่ยวชาญงบประมาณ ใช้เวลาพิจารณางบแข่งขัน MotoGP รวดเร็ว 5 วัน ฟาดไป 4,000 ล้านตอนที่บอกว่า “โควิดกระจอก” ก็ปากไวจนพาพังมาแล้ว
อย่างนี้ทำงานเป็นหรือเปล่า?ชาวบ้านคิดเอาเอง ภาวะผู้นำต้องรู้ ต้องบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินได้ตั้ง “วอร์รูมบัญชาการ” พร้อมผู้เชี่ยวชาญครบทุกฝ่าย ไม่ใช่เฉลี่ยให้อำนาจกันจนครบ ทั้งข้าราชการ ทหาร นักการเมือง แต่ไม่รู้ใครสั่งการใหญ่สุด ยิ่งทำงานลำบากขึ้นไปอีก ต้องวางแผนงานลำดับขั้นตอนการสั่งการให้เป็นระบบล่วงหน้า ไม่ใช่มาต่างคนต่างสั่งเอาตอนท่วมหนักเพราะทุกอย่างมันลอยไปที่หาดใหญ่ไม่ได้ในทันที

นี่คือเหตุที่คนอย่าง “เปิ้ล นาคร หรือ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์“ ถึงกับต้องพูดออกมาจากใจพร้อมน้ำตาว่า ”มันไม่ไหวแล้ว“และเมื่อธรรมนัสมาด้วยสไตล์นักการเมืองอีกคน ก็แจกของพร้อมโวยวายว่า “เรือมีพอ ทำไมไม่ไป?”เสียงร้องโหยหวนขอความช่วยเหลือของชาวบ้านจึงดังระงมท่ามกลางความโกลาหล
ด้วยการบริหารจัดการของท่านผู้นำสาย “สุขนิยม” ที่มาเผชิญหน้ากับ “วิฤกตน้ำท่วมหนักที่หาดใหญ่”เราจึงรู้ว่านายกฯ หนู ทำงานไม่เป็น และไม่มีข้อมูลในการแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ที่สำคัญ ยังไม่รู้ตัวว่าทำอะไรอยู่ สะท้อนให้เห็นว่าเมื่อเจอกับของจริงอย่างภัยธรรมชาติ ยังรับมือไม่ได้ และไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไร ไม่รู้แม้กระทั่งต้องทำอย่างไรประชาชนได้เห็นเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า “ภาวะผู้นำ“ มีขนาดไหน
เพราะที่ผ่านมา “อุ้มบุญ” มาตลอด แต่งานนี้จะทำให้ประชาชนตาสว่าง แล้วเห็นเอาเองตามไทม์ไลน์คำพูดท่าทีของนายกฯ ที่ชื่ออนุทิน ว่าเหมาะสมจะเป็นนายกฯ ต่ออีกสมัยหรือไม่?ไม่วิจารณ์มากกว่านี้ ดูเอาเองแล้วกัน
Post Views: 348