ช่วงนี้ตื่นเช้ามาหลายคนอาจจะฟินกับบรรยากาศขาวโพลนจนแยกไม่ออกว่าสิ่งที่เห็นคือ หมอก ธรรมชาติ หรือ ฝุ่น PM 2.5 กันแน่? ซึ่งถ้าเราแยกไม่ออกและเผลอไปสูดดมมลพิษเข้าไปเต็มๆ อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ วันนี้เรามีวิธีสังเกตง่ายๆ มาฝากครับ

วิธีแยก หมอก กับ ฝุ่น PM 2.5 พร้อมวิธีเช็ก คุณภาพอากาศวิธีแยก หมอก กับ ฝุ่น PM 2.5 พร้อมวิธีเช็ก คุณภาพอากาศ




กทม. ฝุ่น PM 2.5 พุ่ง บางรักวิกฤตสีแดง งดกิจกรรมกลางแจ้ง

กทม. ฝุ่น PM 2.5 พุ่ง บางรักวิกฤตสีแดง งดกิจกรรมกลางแจ้ง15 มกราคม 2569

เช็กค่าฝุ่นวันนี้ กทม. วิกฤต! PM 2.5 เกินมาตรฐาน 3 เขตแดงเถือก

เช็กค่าฝุ่นวันนี้ กทม. วิกฤต! PM 2.5 เกินมาตรฐาน 3 เขตแดงเถือก14 มกราคม 2569

หมอก (Fog) จริงๆ แล้วก็คือเมฆที่ลอยต่ำนั่นเองครับ เกิดจากไอน้ำในอากาศเย็นตัวลงจนควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็กๆ จุดสังเกตคือเวลาเราเดินเข้าไปจะรู้สึก เย็น และมี ละอองน้ำเกาะผิว มักจะมาแค่ช่วงเช้าพอแดดออกอากาศอุ่นขึ้นก็จะค่อยๆ จางไปเอง

 

แต่ถ้าเป็น ฝุ่น PM 2.5 จะต่างออกไปครับ เพราะมันคือฝุ่นจิ๋วจากการเผาไหม้ ควันรถ หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่สะสมจนอากาศขุ่นมัวคล้ายควัน ถ้าสูดดมเข้าไปจะรู้สึก ไอ คันคอ แสบจมูก หรือระคายเคืองผิวหนัง และที่น่ากลัวคือมันอยู่กับเราได้ ตลอดทั้งวัน ไม่ยอมจางหายไปง่ายๆ เหมือนหมอกครับ

 


ดังนั้นก่อนออกจากบ้าน อย่าลืมเช็กค่า คุณภาพอากาศ เพื่อเตรียมตัวรับมือ ดังนี้ครับ:

- 0 - 15.0: อากาศดีมาก (หายใจได้เต็มปอด)

- 15.1 - 25.0: อากาศดี

- 25.1 - 37.5: ปานกลาง

- 37.6 - 75.0: เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (ควรสวมหน้ากาก)

- 75.1 ขึ้นไป: อันตราย! มีผลกระทบต่อสุขภาพรุนแรง

วิธีแยก หมอก กับ ฝุ่น PM 2.5 พร้อมวิธีเช็ก คุณภาพอากาศวิธีแยก หมอก กับ ฝุ่น PM 2.5 พร้อมวิธีเช็ก คุณภาพอากาศ

ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา